Monday, October 13, 2008

เรื่อยเปื่อย ที่คุยกับคุณลุงที่เรียนภาษาไทยด้วย

คุณลุงมาเร็ว เลยคุยเรื่อยเปื่อยไปนิดหน่อย

ลุงทำงานก่อสร้าง (มันไม่น่าจะใช่ก่อสร้างซะทีเดียวมั้ง 建築 เนี่ย) บอกว่า ไม่เคยเรียนมหาลัย น่าจะเรียนสายอาชีพมา

ประเด็นแรก.. โรงงานญี่ปุ่น กับเมืองไทย และจีน
ลุงบอกว่า เนี่ย ที่ไทย มีโรงงานของต่างชาติเยอะนี่ ของญี่ปุ่นเยอะที่สุดเลย (เหรอ? ไม่เคยรู้ แหะๆ)

ช่วงไม่นานนี้ โรงงานของญี่ปุ่นย้ายฐานการผลิตไปที่จีน แต่ก็กำลังจะกลับมาไทยนะ เพราะคนจีน..ไม่ตรงไปตรงมา ช่วงหลังๆ นี่สินค้าจากจีนมีปัญหาเยอะ (คนไทยคงดูได้จาก กรณีนมผงจากจีน) คนญี่ปุ่นไม่ชอบ แต่ของคนไทยไม่มีปัญหา

เหอๆ..จริงเร้อ..คนไทยไม่มีปัญหาน่ะ อย่าให้ลุงเจอเล้ย...เขาจะได้มองเมืองไทยดีๆต่อไป

ประเด็นที่สอง ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี
พูดเรื่องความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ลุงบอกว่า เนี่ย BTS ที่ไทยน่ะ เป็นของบริษัทเยอรมันนี่นะ ญี่ปุ่นก็ไปแข่งกะเขาด้วย แต่ไม่ได้ เราก็ว่า อืม ใช่ MRT ก็ด้วยนะ แต่เรารู้สึกว่า ระบบของญี่ปุ่นดีกว่านะ

ลุงบอกว่า เทคโนโลยีเนี่ย ต้องให้เยอรมันเป็นที่หนึ่ง รองมาก็ญี่ปุ่น บริษัทเขาก็มีคนเยอรมัน 30% อีก 70 เป็นญี่ปุ่น เทคโนโลยีเนี่ย ญี่ปุ่นก็เรียนมาจากเยอรมันนี่แหละ ต้องยกให้เยอรมันเป็นอาจารย์ เยอรมันจะได้(ประมูล)ก็ไม่แปลกนะ

ความคิดแรก...อเมริกาหายไปไหนวะ... แต่ไม่ได้ต่อประเด็น
ส่วนความเห็นเรื่องเทคโนโลยี ตัวรถไฟ ของ siemens ที่ไทยใช้อยู่ก็อาจจะดีกว่าของญี่ปุ่นจริงๆ ละมั้ง ไม่รู้รายละเอียดเท่าไหร่ เพราะปกติก็นั่งแต่รถไฟธรรมดา ไม่ได้นั่งรถไฟฟ้าหรูหราแบบที่ไทย แต่เรื่องระบบการจัดการที่ติดต่อกับคนใช้ (user interface) ของญี่ปุ่นกินขาด

3 comments:

bpasu said...

รถไฟฟ้าเมกันห่วนระดับโลก RTA ที่เคลมว่าเป็น North American Best Transportation ยังแย่เลย เหม็น สกปรก บางสถานียังชานชาลาเป็นไม้ก็ยังมี (รถไฟฟ้าเนี่ย)


ที่นี่รถไฟกับรถเมล์ราคาเท่ากัน คือเที่ยวละ 1.75 ไปกลับก็ 3.50 แต่ถ้า All day pass ก็ 4.00

ระบบเก็บตังก็ห่วยระดับโลก แบ่งเป็นสองประเภท คือ ซื้อตั๋วที่สถานีตอนช่วงกลางวันอันนี้ไม่เท่าไหร่ (ซื้อกับนายสถานีด้วยนะ) กับ ซื้อตั๋วบนรถตอนช่วงกลางคืน อันนี้มั่วได้ใจมาก เพราะต้องซื้อกับคนขับรถ (เมล์หรือไฟฟ้า) แล้วคนขับต้องขับไปคอยกดตั๋วให้ไป เพราะเครื่องเก็บตังค์ไม่สามารถรู้ได้ว่าคนซื้อจะซื้อตั๋วประเภทไหน อ่อ จ่ายเงินเกินมันไม่ทอนนะขอบอก

arjin said...

เฟอร์พูดประเด็นสอง งั้นเราขอเสริมตรงประเด็นหนึ่ง

ตามความเชื่อเรา โรงงานญี่ปุ่นในไทยน่าจะเยอะจริงๆนะ เฉพาะที่โคราชนี่ก็น่าจะมากกว่าครึ่งของโรงงานที่มีอยู่

ถ้าเอาตามหนังสือ World Is Flat สายการผลิตของญี่ปุ่นกำลังเข้าตาจน นั่นคือบริษัทส่วนใหญ่ ตัดสินใจออกมาทำการผลิตนอกประเทศช้าเกินไป ส่งผลให้เสียจังหวะการแข่งขันทางราคาไปพักหนึ่ง (กรณีศึกษาเขายก Toshiba ว่ากว่าจะออกไปตั้งโรงงานนอกญี่ปุ่น ก็สายเสียแล้ว)

แล้วมันก็แห่กันมาสองสามที่ คือไทย จีน ไต้หวัน แบบที่มาใหม่ๆ ไม่รู้เช่นเห็นชาติทุกอย่างแบบที่บริษัทอเมริการู้ดีประมาณนึงแล้ว

คนไทยอาจจะ discipline แย่และนั่นอาจขัดใจคนญี่ปุ่นเอาการ แต่ในมุมเด็กไทยมีต้นตระกูลจีนคนนึง คนไทยก็ต่างกับคนจีนตรงที่ไม่ได้มีสันดานพ่อค้าในสายเลือด

สันดานพ่อค้าคืออะไร? ก็คือเล็กๆน้อยๆ ตอดได้นิดนี่หน่อยก็จะเอา คนจีนยังมีนิสัยนี้อยู่เต็มเปี่ยม และมันก็น่ากลัวเพราะกรณีทำนองนี้มันเกิดขึ้นหลายครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ไม่พบกับสายการผลิตประเทศไทย

คนไทยมักไม่คิดจะทำเรื่องแย่ๆขนาดนั้น เมืองจีนเองก็พยายามป้องกันเรื่องพวกนี้ด้วยการใช้กฎหมายที่เข้มข้น รุนแรง กรณีเมลามีนนี่มั่นใจว่าประหารชีวิตแน่นอน

...what if เรื่องนี้เกิดที่เมืองไทยละ?

Dittaya said...

เฟอร์.. ไอ้ระบบเก็บตังค์แบบนั้น ที่ญี่ปุ่นก็มี
รถไฟบ้านนอกๆเนี่ย...โคตรบ้านนอกจริงๆ ลองถามชวินดูก็ได้..ตอนนั่งหวานเย็นที่ฮอกไกโดข้ามเมือง ยังกะนั่งรถไฟเมืองไทย รถไฟบ้านนอก ไม่มีตั๋วแม่เหล็ก เก็บตั๋วที่นายสถานีเหมือนกัน ซื้อที่คนขับ
บัสส่วนใหญ่ (มั้งนะ) แถวๆนี้ก็ไม่ทอนตังค์นะ มันให้แลกเหรียญก่อน เพราะมันบอกอยู่แล้ว ว่าต้องจ่ายเท่าไหร่

อาจินต์.. ใช่ เมืองไทยระเบียบวินัยแย่ อะไรๆก็ ก็ได้ หยวนๆ มันไปซะหมด มันไม่เสียแบบที่จีนเป็น ที่ออกแนว tricky แต่มันจะเสียแบบ ละเลย หละหลวม หรือชุ่ย อะไรแบบนั้นมากกว่า แต่ก็จริงว่ะ ถ้าแบบนั้น ก็คงดีกว่า tricky ล่ะวะ