Sunday, July 26, 2009

เที่ยวรอบๆนอกโตเกียวด้วยรถไฟ (1)

แผนไปเที่ยวอย่างง่ายๆ ตั้งหลักจากโตเกียว ไปเที่ยวเมืองใกล้ๆ ก็จะมี 1-day trip อยู่สามสี่เส้นทาง ที่ค่อนข้างจะฮิต จะมีตั๋วรถไฟที่เป็น 1-day pass สำหรับเที่ยวแบบนี้ด้วย สะดวก และคุ้มดี

คำแนะนำทั่วไป
ตั๋วหลายอันจะใช้ได้ทั้งรถไฟ และ บัส สำหรับ บัส ควรเช็คตารางเวลารถดีๆ จะทำให้วางแผนเที่ยวได้ง่ายขึ้น
ตัวเมืองส่วนใหญ่จะมีบัสท่องเที่ยววิ่งเป็นวงกลมตามจุดท่องเที่ยวต่างๆ (เขาเรียก meguri bus) แล้วจะมีตั๋ว 1-day pass ขาย ถ้าไม่ได้มีเป้าหมายอะไรเป็นพิเศษ ใช้บัสแบบนี้จะเที่ยวได้ครบดี

เส้นทางน่าสนใจ
1. ไป Yokohama
สถานที่ท่องเที่ยวหลักๆของโยโกฮาม่าอยู่เลียบชายฝั่งทะเล เริ่มจาก Minatomirai เป็นโซน..อืม เมืองใหม่(?) ของโยโกฮาม่า แถวๆนั้นจะมีตึกสูง สวยๆ(?) อยู่ ตึกเด่นๆในบริเวณนั้นคือ Queens Tower, Landmark Tower (สูงสุดในญี่ปุ่นนะ แต่ใบหยกกินขาด..) มีชิงช้าสวรรค์ใหญ่ๆ รวมๆเป็นย่านที่ดู "ทันสมัย

ถัดมาติดกันเลย มี..ตึกโกดังยุคแรกของท่าเรือโยโกฮาม่า (赤レンガ - red brick warehouse) ตอนนี้มันเปิดเป็นโรงแรม กับห้าง ถึง..ปราสาทแดง จะสวยกว่า.. แต่ถ่ายรูปโกดังนี่จากข้างนอก ก็สวยดีนะ

เดินเลียบทะเลมาเรื่อยๆ จะเป็นสวนสาธารณะ ชื่อ Yamashita Park เดินเล่นเรื่อยๆ ได้ ดูอ่าวโยโกฮาม่า แต่ถ้าขี้เกียจเดิน ก็กลับมาขึ้นรถไฟแทนก็ได้ (สถานี sakuragichou) เดินมาจนสุดสวน จะเห็นภูเขาเตี้ยๆอยู่ บนนั้นมีพวกสถานกงสุลเก่าของฝรั่ง สมัยเปิดท่าเรือใหม่ๆ (150 ปีก่อน.. ปีนี้ฉลองเปิดท่าเรือครบ 150 ปีน่ะ) แต่ สภาพออกจะเป็น ซากตึก พอควร เพราะมันโดนบอมบ์ไปตอนสงครามโลกด้วย นอกจากนั้น มีจุดชมวิวอยู่ จะเห็นวิวอ่าวโยโกฮาม่าทั้งหมด ถ้าอยากขึ้นไปดู ก็ต้องขึ้นเขากันสักหน่อย

ส่วนตรงตีนเขา ตรงนั้นเป็นย่าน Motomachi แปลตรงตัวว่า เมืองเก่า แถวนี้ๆคล้ายๆย่าน ginza ขนาดย่อส่วน ถ้าอากาศดีๆ ก็เดินเล่นได้ (แต่หน้าร้อน ไม่ค่อยแน่ะนำนะ)

หันหลังให้ทะเล เดินจากตรง motomachi เข้ามาบนฝั่ง จะเป็นย่าน china town ... ก็..คนไทยอาจจะเฉยๆกับ china town มั้ง แต่เดินถ่ายรูปประตูทางเข้า china town ก็สวยดี ข้างใน ส่วนใหญ่จะเป็นร้านอาหารจีน ร้านขายของพอมีบ้าง

สุดทางที่ Motomachi ก็หมดสถานที่ท่องเที่ยวหลักๆของ yokohama แล้ว คือ.. จะบอกว่า ถ้าขยันเดิน (สองสามกิโลได้มั้ง) ก็ตีแค่ตั๋วรถไฟไปกลับ ที่เหลือ "เดิน" อย่างเดียวได้ แต่ถ้า สังขารไม่อำนวย :P ..

1. Minato burari ticket
วันละ 500 เยน เป็นตั๋ว free pass ในโซนตัวเมือง yokohama ขึ้นบัสที่บริหารจัดการโดยเมือง yokohama ได้ มันจะมีบัสท่องเที่ยว เป็นรถสีแดงๆ ชื่อ akai kutsu วิ่งเป็นวงกลมในโซนนี้ ถ้าขึ้นอันนี้ก็จะเที่ยวได้หมดเหมือนกัน ค่ารถเที่ยวละร้อยเยน freepass ก็ขึ้นรถนี่ได้เหมือนกัน บัสธรรมดาของ yokohama ก็ขึ้นได้ (市営バス) แต่นักท่องเที่ยวที่ไม่ชำนาญภาษาญี่ปุ่นอาจจะต้องปวดหัวกับเส้นทางบัสอยู่บ้าง ขึ้นรถท่องเที่ยวจะสังเกตได้ง่ายกว่า ไม่หลงแน่ๆด้วย
http://www.yokohama-bus.jp/burari/index.html

2. JR yokohama minatomirai pass
วันละ 500 เยน เป็น pass ขึ้น JR ในโซนนั้น กับรถใต้ดินสาย minatomirai ได้ไม่จำกัด ข้อดีของรถไฟ คือ รถมันไม่ติด และวิ่งถี่กว่าบัส (ปกติบัสน่าจะวิ่งราวๆ 20 นาที คันนึง) แต่มันต้องเดินมากกว่าบัสสักหน่อย
http://www.jreast.co.jp/e/pass/yokohama_minatomirai.html

3. Tokyu minatomirai pass
เป็นตัว ไป-กลับ รถไฟของบริษัทโตคิว ไปสถานี Yokohama ของรถใต้ดินสาย minatomirai (ก็ของโตคิวนั่นแหละ) แล้วขึ้นลงได้ไม่จำกัดในสาย minatomirai ราคาขึ้นกับจุดเริ่มต้น เหมาะสำหรับคนที่คิดจะไปเฉพาะโซนเลียบทะเล แค่ราคา ไป-กลับ อย่างเดียว ก็ถูกกว่าซื้อปกติแล้ว แต่ถ้าบ้านไม่ได้อยู่ใกล้รถไฟของโตคิว ก็ไม่มีประโยชน์

การเดินทางไป yokohama มีรถไฟของ JR (หลายสายอยู่ มีทั้งรถด่วน หวานเย็น), Keikyu, Tokyu จะใช้บริการสายไหนขึ้นกับว่าตั้งต้นจากตรงไหน แล้วก็มี pass ของอะไรอยู่แล้วหรือเปล่า เช่น คนถือ JR pass อาจจะอยากขึ้น JR ซึ่ง..ราคาปกติมันจะแพงกว่าเจ้าอื่น

2. ไป Enoshima+Kamakura
Kamakura, Enoshima ถ้าออกจากโตเกียว จะอยู่เลย yokohama ออกไปอีกซักครึ่งชั่วโมงได้ จุดท่องเที่ยวเด่นๆของ kamakura (ที่ไปกี่ทีๆ ก็ได้ยินเสียงภาษาไทยลอยว่อนไปทั่ว) คือ daibutsu
เรื่องเกี่ยวกับ kamakura - ดู entry เก่า

Enoshima อยู่เลยออกมาจาก kamakura อีกนิดหน่อย Enoshima เป็นเกาะอยู่ใกล้ๆ ชายฝั่ง เดินไปได้ (ราวๆกิโลนึง) มีถนนเชื่อม บนนั้นมี "ศาลเจ้าแห่งความรัก" เหมาะสำหรับคุณๆ คู่รักทั้งหลาย แต่.. มันอยู่บนเขา..(อีกแล้ว) ถ้าจะไปก็จะได้ออกกำลังกันสักหน่อย ถ้าเดินขึ้นเองไม่ไหว ก็มีบันไดเลื่อน (เก็บตังค์) ให้เหมือนกัน

ระหว่างทาง Kamakura - Enoshima จะเป็น..อืม.. รถไฟผสมกับ tram (บางทีมันก็วิ่งแบบรถไฟ บางทีมันก็วิ่งปนกับรถยนต์บนถนน) บางคนเขาก็ว่า มันน่าสนใจดี นั่งรถเล่นดูก็ได้ รถไฟสายนี้ชื่อ Enoden ยังไงตอนจะไป daibutsu ถ้าไม่นั่งบัส จะไปรถไฟ ก็ต้องนั่งสายนี้อยู่แล้ว

สำหรับ free pass ในโซนนี้ จะเน้น enoden เป็นหลัก บาง pass จะรวมตั๋วบัสไปให้ด้วย

1. JR Kamakura-Enoshima excursion ticket
1970 เยน จากสถานีไหนก็ได้ในสาย yamanote ใช้ได้ 2 วัน (เขาตั้งใจให้ค้างคืน) ขึ้น JR, monorail, Enoden ได้
http://www.jreast.co.jp/e/pass/kamakura_enoshima.html

2. Odakyu Enoshima-Kamakura free pass
1430 เยนต่อวัน ถ้าขึ้นจาก shinjuku และถูกกว่านั้นถ้าขึ้นใกล้ๆ เป็นตั๋วไป-กลับของสาย odakyu ถึงสถานี fujisawa (ของ odakyu) ในโซน kamakura ขึ้นได้เฉพาะ Enoden
http://www.odakyu.jp/english/freepass/enokama_01.html

ปกติแล้วเราใช้ตั๋วนี่ตลอด ถ้าจะไป kamakura เพราะบ้านเราอยู่ค่อนมาทางนี้มากกว่า JR แล้ว.. ถ้าไปวันเดียวตั๋วนี่ก็ถูกกว่ากันเห็นๆ

3. ไป Hakone
สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของทัวร์คนไทย ไปแต่ละทีเจอคนไทยเป็นคันรถ (บัส..) เส้นทางมาตรฐานจะเป็นวงกลม เริ่มจาก รถไฟปีนเขา เคเบิลคาร์ กระเช้าข้ามเขา ลงมานั่งเรือล่องทะเลสาบกลับ แล้วขึ้นบัสกลับมาจุดเริ่มต้น ระหว่างทางมีจุดแวะเพียบ ถ้าจะไปให้หมดทุกจุดที่น่าไป ควรค้างอย่างน้อย 1 คืน
จุดที่น่าสนใจ สำหรับทริปเช้าไปเย็นกลับ
- รถไฟปีนเขา รถไปปกติจะวิ่งทางราบ แต่อันนี้ มันต้องขึ้นเขา มันก็เลยจะวิ่งแบบ ทบไปทบมา วิวรอบด้าน ก็จะเป็นเหมือนขับรถขึ้นเขา เป็นหน้าผาบ้าง เห็นป่าข้างล่างบ้าง ช่วงมิถุนา ที่เป็นฤดู ajisai (hydrangea) สองข้างทางจะมีแต่ดอก ajisai บาน เป็นฤดูท่องเที่ยวของรถไฟสายนี้เลย
- Hakone open air museum น่าถ่ายรูปมาก ยังไม่เคยแวะเหมือนกัน แต่ถ้าไปรอบหน้า คงจะแวะ
http://www.hakone-oam.or.jp/english/index.html
- Owakudani เป็นสถานีนึงของกระเช้าข้ามเขา เป็นที่ที่... เจอบัสคนไทยตลอด ตรงนี้เป็นเหมืองกำมะถัน ของว่างที่คนแวะซื้อกันคือ ไข่ต้ม ที่เปลือกมันสีดำ (เพราะน้ำแถวนี้มีกำมะถันเยอะ) ที่จุดนี้เห็นวิว fujisan ชัดมาก ถ้าไม่ซวยโดยเมฆบังซะก่อนนะ
- ระหว่างข้ามเขา ก็จะเห็น fujisan แบบเต็มๆตา บนกระเช้า อีกเหมือนกัน
- ล่องเรือ...อารมณ์ยังกะล่องเรือโจรสลัด.. มีโทริอิกลางน้ำ เล็กๆ อยู่ลิบๆ อันนึง เรือจะจอดสามจุด จุดแรกหลังจากลงกระเช้า ล่องทะเลสาบมา hakonemachi แล้ววิ่งสั้นๆ ไป motohakoneko ที่จุดสุดท้ายนี่จะเห็น fujisan เต็มๆอีกที (แน่นอน..ถ้าอากาศดี)
- ระหว่างทางขึ้นบัสกลับสถานีรถไฟ จะผ่าน spa themepark (yunessun) ที่ใครบางคนไปแช่บ่อช็อกโกแล็ตแล้วถ่ายวิดีโอมาโชว์ แต่ถ้าไม่ได้ค้างคืน คงแวะไม่ทัน

เส้นทางปกติ จะวนทวนเข็มนาฬิกา (ขึ้นเขาก่อน) แต่ถ้ากลัวคนเยอะ (เยอะจริงๆนั่นแหละ) ก็ไปแบบสวนทางกับคนอื่นๆก็ได้ คือนั่งบัสลงมาล่องเรือก่อน

1. Odakyu Hakone freepass
เป็นตั๋วไป-กลับ ของสายโอดะคิว ถึงสถานี hakone yumoto แล้วในโซนวงกลมนั้นเป็น free area ขึ้นรถไฟ กระเช้า เคเบิลคาร์ บัส ได้ไม่จำกัด ราคาขึ้นกับต้นทาง มีทั้งตั๋ว 2 วัน และ สามวัน แต่ถึงจะไปเช้าเย็นกลับ ถ้าไปครบวงตามสูตร มันก็ยังถูกกว่าไปซื้อแยกทีละอันเองอยู่ดี
http://www.odakyu.jp/english/freepass/hakone_01.html

2. Odakyu Fuji Hakone freepass
เหมือนอันบน แต่เพิ่มโซนรอบๆ fujisan เข้าไปด้วย เป็นตั๋ว 3 วัน 7200 เยน
ที่น่าสนใจ.. มันรวมเส้นที่ไป fuji q highland (สวนสนุกที่โคสเตอร์โหดได้ใจ) เข้าไปด้วย แล้วก็ ผ่าน gotemba preium outlet ด้วย
ถ้าจะใช้ตั๋วนี้ ควรต้องค้างคืน ที่ค้างคืนที่แนะนำคือ kawaguchiko (ที่คุณคนหลงป่าในห้อง MBK พันทิปไปหลงมานั่นแหละ) เพราะวิวตรงนั้นจะเป็น ทะเลสาบ ที่มี fujisan เป็น background หลายๆโรงแรมมีออนเซ็นส่วนตัวในห้อง ให้แช่น้ำแร่ชมวิวได้ที่ริมหน้าต่างเลย (เหมาะสำหรับคู่สวีท.. อีกแล้ว) โรงแรมเพียบ เลือกราคาได้ตามสะดวก

ยังไม่จบ.. พรุ่งนี้มาต่อ ทริปมาตรฐานไป nikko กับทริปตามรอยคุณหญิงกีรติที่มิตาเกะ ละกัน

No comments: