Sunday, April 8, 2012

ทริปรถไฟเช้าไปเย็นกลับ - น้ำตกไทรโยคน้อย

ไม่ได้เที่ยวด้วยรถไฟมานาน (หลังจากส่งท้ายชุดใหญ่ที่คิวชู) นึกครึ้มเลยชวนน้องอีกคนไปด้วยกัน

เผื่อใครยังไม่รู้ การรถไฟจัดขบวนรถไฟท่องเที่ยวมานานหลายปีแล้ว มีหลายเส้นทาง
http://www.railway.co.th/home/srt/passenger/bogietour.asp

เตรียมตัว
ทริปนี้เลือกไปสะพานข้ามแม่น้ำแควกับน้ำตกไทรโยคน้อย เส้นทางเดิมที่เคยไปเมื่อสามปีก่อน ครั้งนั้นจองตั๋วช้าไป (จองกลางคืนจะไปเช้า..) เลยต้องเปลี่ยนแผนเป็นขึ้นบขส. ทริปนี้จองเร็วขึ้นหน่อย จองเช้า ไปเช้ารุ่งขึ้น ตั๋วว่างเยอะแยะ แต่ถ้าช่วงเทศกาลมากๆก็อาจจะเต็มก็ได้
รถพัดลม ผู้ใหญ่ 120 บาท ราคาเหมา ไป-กลับ

การจองตั๋ว โทรจองล่วงหน้าได้ ไม่น้อยกว่า 6 วัน ที่เบอร์สายด่วนการรถไฟ 1690 แต่ถ้าหลังจากนั้น จองได้ตามสถานีใหญ่ๆ ทุกที่ออกตั๋วได้

รายละเอียดทริปบอกว่า มีรถแอร์กับพัดลม ตอนจองเจ้าหน้าที่บอกว่ามีแต่พัดลมเหลือ แต่พอไปจริงๆ ก็ไม่เห็นพ่วงตู้แอร์ซักตู้นี่หว่า (คุณหลอกดาวววว) อาจจะพ่วงตู้แอร์แค่บางช่วงเทศกาลละมั้ง

รถไฟออกจากหัวลำโพงหกโมงครึ่ง เท่าที่ฟังมา ตอนออกจากสถานีต้นทางจะไม่ค่อยเลทนะคะ ใครไปขึ้นต้นทางระวังตกรถด้วย แต่มันจะค่อยๆ เสียเวลา ... ตามระยะทางที่ผ่านไป

ในกรุงเทพฯ ออกจากหัวลำโพง (สถานีกรุงเทพ) แล้ว แวะจอดที่สามเสน บางซื่อ .. แล้วจำไม่ได้ละว่าแวะที่ไหนอีก ตอนนี้บางซื่อมีรถใต้ดินแล้ว ขึ้นบางซื่อก็สะดวกดี รถออกจากบางซื่อ 6.50 แต่เห็นว่ารถใต้ดินเที่ยวแรกมันหกโมงเช้า จะมาทันหรือเปล่าไม่รู้เหมือนกัน

แต่จริงๆแล้วถ้าเป็นสายเหนือหรืออีสาน ยังมีอีกหลายสถานี บางเขน หลักสี่ ดอนเมือง .. ไล่ตามเส้นโฮปเวล - -".. ให้เลือกขึ้นได้ตามความใกล้บ้าน

ออกเดินทาง
จากบางซื่อ รถไฟก็เลี้ยวไปบางซ่อน ข้ามสะพานพระรามหก เผื่อใครจะอยากดูวิวแม่น้ำเจ้าพระยาก็ ผ่านไร่นา (กทม.ก็ยังมีทุ่งนานะ) เห็นร่องรอยน้ำท่วมอยู่บ้างรายทาง เหมือนทางรถไฟจะทำใหม่เป็นสี่ราง สถานีก็ใหม่ไฮโซ (เช่นตลิ่งชัน หรูเวอร์ ยังกะ airport link มีบันไดเลื่อนด้วย)

มุ่งตรงไปนครปฐม รถจอดที่สถานีศาลายา เลยเพิ่งเห็นว่า แคมปัสของมหิดลนี่ใหญ่โตมาก ถ้ามีรถไฟวิ่งเยอะๆ การมาศาลายานี่ไม่ยากเลย ชั่วโมงเดียวก็ถึง ถัดมหิดลไปหน่อยก็ศิลปากร แถวนี้มีแต่มหาลัยใหญ่ๆ

รถถึงนครปฐม เจ้าหน้าที่บอกว่า ให้เวลา 40 นาที ระยะทางเดินไปพระปฐมเจดีย์ "ไป-กลับ สองกิโล" นะครับ แต่มีลุงสามล้อถีบมารอรับคนอยู่หน้าสถานีรถไฟเพียบ ใครเดินไม่ไหวก็นั่งสามล้อก็ได้ ลุงคิด "สามสิบบาทต่อเที่ยว" จริงๆแล้ว ทางไปมันเป็นทางราบ เดินเที่ยวเดียวไม่น่าเกินสิบห้านาทีด้วยซ้ำ (1 นาที เดินได้ 80 เมตร ตามมาตรฐานญี่ปุ่น)

แต่การนั่งรถถีบมีข้อดีตรงทียังไงก็เร็วกว่าเดิน เราจะไปถึงองค์พระได้ก่อนชาวบ้านเขา คนยังไม่เยอะ จะรีบเข้าไปไหว้พระก็จะได้ทางสะดวกๆ มีเวลาเดินวนรอบๆชมนกชมไม้ไปด้วย แวะซื้อข้าวหลามตามทางเป็นเสบียงก็ยังได้ (ลุงรถถีบแกก็แวะให้ได้นะ)

จากนครปฐม รถไฟก็ซิ่งแหลกเหมือนเดิม จอดหลีกบ้างอะไรบ้างมาตามทางจนถึงชุมทางหนองปลาดุก จริงๆแล้ว ตอนออกจากหัวลำโพงมา ขบวนนี้มีทั้งตู้ที่จะไปน้ำตก กับตู้ที่จะไปหัวหิน (ซึ่งเห็นละว่ามีตู้แอร์...ชิส์) ที่หนองปลาดุกเขาตัดตู้แยกขบวนกัน เลยได้เห็นว่ารถไฟไทยนี่ตัดขบวนกันง่ายมาก ใช้มือคนนี่แหละ .. แต่คุ้นๆว่าที่ญี่ปุ่นเหมือนกดปุ่มอะไรซักอย่างเอา (อัตโนมัติ) ไม่มีใครเดินลงไปในรางตัดขบวนนะ

แล้วเราก็ซิ่งกันต่อไป หยุดบ้างอะไรบ้างตามความจำเป็นในการหลีกไปจนถึงสะพานข้ามแม่น้ำแคว ระหว่างทางก็ยังเป็นทุ่งนา ไร่ข้าวโพด ไร่มันสำปะหลัง แปลงผัก สวนกล้วย ... ไปเรื่อยๆ สิ่งที่น่าสนใจคือ ช่วงนี้ดอกคูนกำลังบาน มีพี่คนนึงเคยบอกว่า ไทยน่าจะปลูกคูนแบบจริงๆจังๆ เพื่อโปรโมทการท่องเที่ยวตามฤดู เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ดอกคูนสีเหลืองย้อยลงมาเป็นพวง ถ้าปลูกเรียงกันยาวๆซักร้อยต้นรับรองนักท่องเที่ยวตรึม อีกต้นที่น่าสนใจคือหางนกยูง เพราะดอกสีส้มแดงนี่มันเด่นสะใจมาก ต้นใหญ่ ให้ร่มเงาดีด้วย

ถึงสะพานข้ามแม่น้ำแควค่อนข้างตรงเวลาทีเดียว ตอนนี้แดดร้อนแล้ว เดินลงจากรถก็สุกพอดี เดินๆไปได้หน่อยก็กลับมาหาร่มไม้นั่งพักดีกว่า จากนั้นก็รถไฟออก ข้ามสะพาน มุ่งหน้าไปน้ำตก คนรอถ่ายรูปตามทางเพียบ (ตามปกติ)

ตรงช่วงโค้งริมหน้าผา ก่อนเข้าโค้งมีรีสอร์ทไปเปิด มีกิจกรรมผจญภัย กะว่าถ้ามาคราวหน้าจะลงเล่นแค่ตรงนี้แหละ ไม่ข้ามไปถึงน้ำตกละ (มีในแพลนของรถไฟให้เลือกเหมือนกัน)

นั่งเอียงๆหลบแดดบ้าง หลับๆตื่นๆบ้างตามทางไปเรื่อยจนถึงน้ำตก หิวมาก เลยจัดส้มตำไก่ย่างไปเต็มมื้อ มีหลายร้านแถวน้ำตก แต่ไม่ได้ิชมเหมือนกัน ถ้านั่งกินที่ร้านแถวน้ำตกก็ดีมั้ง มันเย็นดี ราคาก็คงแพงตามประสาสถานที่ท่องเที่ยว แต่ไม่ได้ขูดรีดขนาดนั้น ถ้าเดินลงมาจากน้ำตก ข้ามถนนไปอีกฝั่งจะมีเซเว่น ตุนอาหารได้ตามสะดวก เซเว่นขายราคาปกติ

ที่น้ำตกมีคนเล่นน้ำเยอะเหมือนกัน หลายคนเตรียมชุดมาเปลี่ยน แต่น้ำมันขุ่นๆยังไงก็ไม่รู้ เลยไม่ได้เล่น (ก็ไม่ได้คิดจะเล่นแต่แรกแหละ) มีเส้นทาง hiking เล็กๆ ขึ้นไปดูตาน้ำได้ เวลามีพอ แต่มันร้อนและเหนียวตัวมาก ไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น เลยปักหลักอยู่เพิงร้านอาหารไปจนถึงเวลากลับ

เซเว่นมีเหล้าเบียร์ขาย แต่ "ห้าม" นำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปกินบริเวณน้ำตก แต่ไม่รู้ว่าถ้าหิ้วขึ้นรถไฟไปจะได้ไหม ตอนอยู่ญี่ปุ่นเห็นคนจิบเบียร์ชมวิวริมหน้าต่างบนรถไฟเป็นเรื่องปกติน่ะนะ

ถึงเวลาออก รถก็ยังซิ่ง.. เหมือนเดิม แต่คราวนี้พี่คนขับเปลี่ยนคนหรือไงไม่ทราบ พี่แกบีบแตรยาวแทบจะตลอดทาง ก็พอเข้าใจนะว่าถ้าไม่บีบ ไอ้รถเล็กทั้งหลายที่จะตัดทางรถไฟอาจจะไม่ยอมหยุด แต่ทำไมขามามันแทบไม่ได้บีบ (ไม่ได้ยิน) เลยหว่า

ขากลับเสียเวลารอหลีกสองรอบแบบนานๆ ทำให้ขากลับเลทมากกว่าขามาพอควร ไม่รู้เมื่อไหร่จะมีรางคู่ทั่วประเทศ (สามปีก่อนก็บ่นแบบนี้) ถึงกาญจนบุรี เขาจอดให้ไปสุสานทหารพันธมิตร (จริงๆมันจอดเพราะรอหลีกตามตารางมากกว่า) มีสองแถวมาจอดรอรับถึงที่ ไป-กลับคนละสิบบาท แต่จริงๆ ระยะทางแทบไม่ต่างกับตรงพระปฐมเจดีย์ เดินเอาก็ได้

แล้วก็ไปเจอกับขบวนหัวหินที่หนองปลาดุกเช่นเคย เชื่อมขบวนกันอีกรอบ ก่อนเข้ากรุง ขากลับรถจอดให้ที่นครปฐม ศาลายา บางบำหรุ (ไม่จอดตลิ่งชันนะ) บางซ่อน (แต่เปลี่ยวมาก ขอบอก) บางซื่อ สามเสน หัวลำโพง

เบ็ดเสร็จขากลับรถเลทไปเกือบๆชั่วโมง ถือว่ารับได้สำหรับรถไฟไทย ..

ข้อควรรู้
- ที่กาญจน์ ตู้ไปรษณีย์อยู่ตรงหน้าสถานีรถไฟ ดังนั้น ถ้าคิดจะหยอดตู้เอง ควรบอกสองแถวให้จอด ไม่ก็ไม่ต้องขึ้นสองแถว ส่วนไปรษณีย์อยู่ไหนไม่รู้ แต่ถึงรู้ เย็นๆเสาร์อาทิตย์แบบนี้มันก็ไม่เปิดหรอก ไม่ต้องหา ถ้าจะส่งโปสการ์ด "ต้อง" เตรียมแสตมป์ไปด้วย
- ของฝาก ควรซื้อตั้งแต่ตอนอยู่แถวน้ำตก แถวสถานีรถไฟแทบไม่อะไรเท่าไหร่ บนรถไฟมีของฝากขายแต่เป็นของกิน (หม้อแกงเมืองเพชร ลูกตาล ขนมหวาน ฯลฯ ท่าทางจะขนมาจากขบวนหัวหิน)
- วุ้นเส้นท่าเรือไม่มีขายที่สถานีรถไฟ :S
- อาหารการกิน ข้าวกล่องบนรถไฟขาย 25 บาท มีทั้งขาไปและขากลับ น้ำขวด 10 บาท ตามสถานีที่มีของขาย ราคาบวกไปตามปกติ (โออิชิ 25 มาม่าคัพพร้อมน้ำร้อน 20)
- ห้องน้ำทุกที่เสียเงิน 3-5 บาท ที่น้ำตกมีที่ให้อาบน้ำด้วย 10 บาท

ทริปหน้า
น้องที่ไปด้วยบอกว่าขอรถแอร์เถอะพี่ ร้อนๆแล้วมันเที่ยวไม่สนุก ก็เลยอาจจะเป็นหัวหิน แต่เมื่อไหร่นี่คงตามอารมณ์คนไป ^^"...

No comments: