Sunday, March 16, 2014

รู้จัก JA (สหกรณ์การเกษตรญี่ปุ่น) และแนวโน้มในการปฏิรูป

ห่างหายการอ่านอะไรเทือกๆนี้ไปนาน พักนี้มีประเด็นการเกษตรน่าสนใจเลยกลับไปลองหาอะไรอ่านดู
เอกสารทั้งหมดเขียนโดย Yamashita Kazuhito ซึ่งสนับสนุนการปฏิรูป JA (อ่านดูก็เห็นได้ไม่ยาก สับเละขนาดนี้)

เอกสารอ้างอิง

1. Yamashita Kazuhito. Understanding Japanese Agricultural Cooperatives.
http://www.nippon.com/en/currents/d00082/
2013.07.30

2. Yamashita Kazuhito. The Agricultural Cooperatives and Farming Reform in Japan (1).
http://www.tokyofoundation.org/en/articles/2008/the-agricultural-cooperatives-and-farming-reform-in-japan-1
2009.01.14

3. Yamashita Kazuhito. The Agricultural Cooperatives and Farming Reform in Japan (2)
http://www.tokyofoundation.org/en/articles/2008/the-agricultural-cooperatives-and-farming-reform-in-japan-2
2009.02.25

JA (Japan Agricultural Cooperatives group) เรียกได้ง่ายๆว่าเป็นสหกรณ์การเกษตรของญี่ปุ่น JA ถูกก่อตั้งโดยญี่ปุ่นตั้งแต่ช่วงก่อนสงครามโลก จุดมุ่งหมายเบื้องต้นคือสนับสนุนทุน วัตถุดิบ เครื่องจักรและอุปกรณ์การเกษตรต่างๆให้กับเกษตรกร ถัดจากยุคสงครามโลกมาเป็นช่วงอาหารขาดแคลน JA ก็มีบทบาทสำคัญในฐานะผู้กระจายผลผลิตทางการเกษตรให้กับรัฐบาล

JA มีบริการทุกอย่างให้เกษตรกร ตั้งแต่เรื่องเกี่ยวกับการเกษตร ไปจนเรื่องการเงิน ดังนั้น JA จึงมีลักษณะคล้ายๆเป็นสหกรณ์ออมทรัพย์ในตัวด้วย เนื่องจากสมาชิกของ JA คือเกษตรกรรายย่อย(เกือบ)ทั้งประเทศ JA จึงมีอำนาจต่อรองสูงมาก และพยายามล็อบบี้รัฐบาลเรื่องนโยบายต่างๆให้เอื้อกับเหล่าเกษตรกรรายย่อยทั้งหลาย (ก็ตามธรรมดาของระบบโหวต)

ในอดีต JA ทำกำไรได้ดีในธุรกิจเกษตรเนื่องจากรัฐบาลมีมาตรการต่างๆในการอุดหนุนราคาสินค้าเกษตร (และกีดกันการนำเข้าสินค้าเกษตรจากภายนอก) รวมถึงวางแผนการผลิต จำกัดโควต้าการผลิต แต่เมื่อเวลาผ่านไป กฎเกณฑ์ต่างๆเริ่มผ่อนคลาย จำนวนเกษตรกรอาชีพก็ลดลงเรื่อยๆ และส่วนมากเป็นผู้สูงอายุ คนหนุ่มสาวเริ่มมีอาชีพหลักอย่างอื่นแล้วทำเกษตรเป็นอาชีพเสริม สมาชิกส่วนใหญ่ของ JA กลับกลายเป็นเกษตรกร part time และแนวโน้มการใช้พื้นที่ทำการเกษตรก็ลดลง มีการขายที่ดินการเกษตรไปทำประโยชน์อย่างอื่น (เช่นทำที่อยู่อาศัย) ปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นคือการผลิตไม่ค่อยจะมีประสิทธิภาพนัก

ในช่วงหลัง JA ขาดทุนในธุรกิจการเกษตร แต่ JA มีธุรกิจการเงินอยู่ด้วย และกำไรจากธุรกิจการเงินก็เอามาโปะการขาดทุนจากภาคเกษตรได้ JA จึงยังอยู่มาได้เรื่อยๆ แต่วิกฤติการเงินในช่วงที่ผ่านมาก็ทำให้ธุรกิจการเงินของ JA มีปัญหา กำไรเริ่มจะไม่พอโปะ

กลับมาที่ธุรกิจการเกษตร จากที่เคยขายสินค้าเกษตรในราคาแพงได้ ก็มี TPP (ความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอชีย-แปซิฟิก)  เข้ามาคุกคาม TPP จะให้ยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าเกษตร ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงกับราคาสินค้าเกษตรในประเทศ (ที่แพงกว่านำเข้า) JA พยายามล็อบบี้ให้รัฐบาลเก็บกำแพงภาษีนำเข้าเอาไว้ แต่ประเทศอื่นๆย่อมไม่ยอม และหากญี่ปุ่นไม่เข้าร่วม TPP แม้จะยังรักษาราคาสินค้าเกษตรในประเทศไว้ได้ ธุรกิจรายย่อยอื่นๆที่อาจจะได้ประโยชน์ในการส่งออกเนื่องจากข้อตกลงยกเลิกกำแพงภาษีนี้ก็อาจจะเสียประโยชน์แทน ถ้าญี่ปุ่นตกลงเข้าร่วม TPP ธุรกิจของ JA ก็จะสะเทือนมากแน่ๆ

ปัจจุบันอำนาจต่อรองของ JA ก็ลดลงไปมาก รัฐบาลเลยพยายามจะปฏิรูป JA อีกครั้ง

------------------------------------------------
(ยังไม่ได้อ่านต่อว่าแล้วจะทำยังไง...)

ความเห็น
ทีแรกหารายละเอียดเกี่ยวกับ JA อ่าน กะว่าสหกรณ์การเกษตรน่าจะเป็นทางออกที่ดีในการดันราคาสินค้าเกษตรขึ้น แต่กลับกลายเป็นไปเห็นว่าที่จริงสินค้าเกษตรจะราคาสูงได้ต้องมีการแทรกแซงจากภาครัฐ... ซะงั้น

บทบาทหลักของ JA ในด้านสนับสนุนการเกษตร เป็นทั้งแหล่งทุน จัดซื้อเครื่องมืออุปกรณ์ ปุ๋ย ให้ความรู้ หาตลาด จัดจำหน่าย ก็ทำได้ดีนะ แต่ในสภาพที่คนทำเกษตรน้อยลงเรื่อยๆ การบริหารจัดการให้คุ้มทุนก็ยากขึ้น ทางรัฐบาลทำท่าจะไปสนับสนุนการเกษตรขนาดใหญ่มากขึ้น เพื่อประสิทธิภาพที่ดีกว่า แต่ JA ซึ่งสมาชิกส่วนมากเป็นเกษตรกรรายย่อยก็ต้องปรับตัว ถ้าไม่คุ้มจริงๆก็ต้องเลิก แต่ที่เห็นจากสมาชิกส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร part-time (ที่รายได้หลักไม่ได้มาจากการเกษตร) การเลิกทำเกษตรก็ไม่น่าจะเป็นปัญหามากนัก และรัฐบาลก็ไปเจาะจงสนับสนุนเฉพาะเกษตรกรอาชีพแทน

No comments: