รอบนี้กลับมาแค่ช่วงสั้นๆ นัดคนโน้นคนนี้ตลอดทุกวัน เที่ยง เย็น .. กว่าจะได้มา confirm แผนเที่ยว ก็คืนวันศุกร์ ซึ่ง นัดกันว่าจะไปเที่ยววันเสาร์...
เตรียมตัวเดินทาง
เริ่มจาก ดูทัวร์รถไฟก่อน ทัวร์ไปสะพานข้ามแม่น้ำแควของการรถไฟ มีรถขบวนพิเศษออกจากหัวลำโพงทุกเสาร์อาทิตย์ แต่วันละรอบเท่านั้น (ขาไป ขบวน 909 ขากลับ ขบวน 910 .. แต่มันก็ขบวนเดียวกันนั่นแหละ) ค่าใช้จ่าย 100 บาทถ้วน ถูกมากกกกก
รถออก 6.30 ที่หัวลำโพง.. จะเช้าไปไหนพี่น้อง.. ต่อให้ขึ้นบางซื่อ ก็ยัง 6.50 คุณเพื่อนก็โทรเช็คที่ว่างก่อน แน่นอน...เต็มคร้าบบบ รถจะออกอยู่เช้ารุ่งขึ้น โทรเช็คตอนสี่ทุ่ม ไม่เต็มก็..นะ
โอเค รถท่องเที่ยวเต็ม เหลืออีก 2 ทางเลือก ไปรถไฟหวานเย็น หรือไปรถทัวร์
ทางเลือกที่ 1: รถไฟหวานเย็น
รถไฟที่วิ่งจากกรุงเทพฯ ไปกาญจนบุรี มีแค่วันละ 2 เที่ยว (ขบวน 257 กับ ขบวน 259) และ มันออกจากบางกอกน้อย (สถานีรถไฟธนบุรี) ไม่ใช่หัวลำโพง (สถานีรถไฟกรุงเทพ)
ขบวน 259 ออกสายกว่า แต่ไปถึงน้ำตกเย็น กลับกรุงเทพฯ ไม่ได้แน่ๆ ดังนั้น ตัดทิ้ง
ขบวน 257 เป็นขบวนที่เราสนใจ เพราะมันขึ้นไปถึงน้ำตกไทรโยคน้อย (สุดทางเดียวกับรถไฟนำเที่ยว) แต่.. ถึงรถออก 7.45 ช้ากว่ารถนำเที่ยวที่ออกจากหัวลำโพง แต่มันต้องไปขึ้นที่บางกอกน้อย.. แล้ว.. ไอ้สถานีนี่ มันอยู่ตรงไหนฟระ - -" ... อีกอย่าง ขึ้น 7.45 ถึงปล่ายทาง 12.20 .. แบบไม่เลท .. แล้วถ้าเลทล่ะ... ดูๆ แล้วท่าทางจะไม่เวิร์ก ดังนั้น.. ตัดไป
ทางเลือกที่ 2: รถทัวร์
จะไปเมืองกาญจน์ ก็ต้องขึ้นรถที่ "สายใต้" ... รถที่สายใต้ออกทุกสิบห้านาที แต่.. ไม่รู้จะไปสายใต้ยังไง..
ที่หมอชิต มีรถไปกาญจน์วันละสี่เที่ยว เช็คมาจากเวบบขส. มันบอกว่า เที่ยวแรก แปดครึ่ง วิ่งสองชั่วโมง ฟังดูเข้าท่า สรุปว่า เราจะไปด้วยรถทัวร์ แล้วก็ไปต่อรถทัวร์ท้องถิ่นขึ้นน้ำตก (ออกทุกครึ่งชั่วโมง) ขาลง น่าจะทันลงด้วยรถไฟหวานเย็น (ขบวน 258 ออกจากน้ำตก 12.50 ลงมาที่ตัวเมืองกาญจน์ แล้วก็ขึ้นรถทัวร์กลับ) นัดแนะกันเรียบร้อย.. นอน เจอกันพรุ่งนี้ แปดโมง ที่หมอชิต
วันเดินทาง..
ถึงหมอชิตก่อนแปดโมงนิดหน่อย เดินหาที่ขายตั๋ว.. ไปถึงปั๊บ... งานเข้า... รถออกแปดโมงนี่หว่า ไม่ใช่แปดครึ่ง เข้าไปถามว่า เที่ยวต่อจากแปดโมงนี่กี่โมง.. "เก้าครึ่งค่ะ" .. ซวยแว้วว
โทรหาเพื่อน.. โทรไม่ได้ - -" โทรศัพท์มันดันมีปัญหาพอดี จะซื้อตั๋วแปดโมงไปก็ไม่กล้า.. เอาวะ นั่งรอ.. แล้วรถแปดโมง ก็ออกไป... แล้วเพื่อนก็มา... ได้เดินไปเดินมา นั่งชิวชิวขำขำ อยู่หมอชิต จนเก้าโมงกว่า ถึงได้เดินไปขึ้นรถ
รถทัวร์ที่ขึ้นเป็นรถ ป.2 วิ่งจากกรุงเทพฯ ไปด่านเจดีย์สามองค์
ออกเก้าครึ่ง ถึงกาญจน์.. เที่ยงครึ่ง ลงรถ ต่อรถทัวร์แถวนั้นที่ไปสังขละบุรี แล้วก็พึ่งนึกได้ ว่า ไอ้รถทัวร์จากหมอชิตตะกี๊น่ะ มันก็ไปทางเดียวกันนี่หว่า - -" จอดน้ำตกด้วย ตรูจะลงมาทำมายยย นั่งรถแอร์ดีๆไม่ชอบ ลงมานั่งรถทัวร์กระป๋องซะงั้น
ณ ตอนนี้ แผนรวนหมดแล้ว ถามรถทัวร์แถวนั้น เขาบอกว่า รถเที่ยวสุดท้ายที่ลงมาตัวเมือง หกโมงเย็นนะ มีรถออกทุกครึ่งชั่วโมงนะ ตอนแรก นึกว่าระยะทางจากตัวเมืองไปน้ำตก มันใกล้ๆ.. ที่ไหนได้ นั่งรถไปชั่วโมงกว่าๆได้ ตอนนั้นกะว่า ถึงน้ำตกปั๊บ ตีรถลงมาเลยดีกว่า เดี๋ยวตกรถทัวร์ขากลับเข้าไปอีก ทีนี้จะดูไม่จืด
รถถึงน้ำตก ลงมางงๆอยู่พักนึง ก็มองเห็นทางขึ้นน้ำตก แล้วก็.. เห็นรถไฟ!!!!!! โอว ไม่น่าเชื่อว่าจะยังมีโอกาสได้นั่งรถไฟ รีบไปหานายสถานีก่อนเลย ... แต่.. หาไม่เจอ.. ป้อมมันอยู่ไหนก็ไม่รู้ - -"
ถามคนที่นั่งมาขบวนนั้น เขาชี้ไปที่คนใส่เครื่องแบบสีกากีที่นั่งอยู่กับแผงขายของ บอกว่า นั่นนายตรวจ ถามคนนั้นละกัน .. นายตรวจบอกว่า นี่ขบวนพิเศษครับ (ไอ้รถนำเที่ยวที่ออกมาแต่เช้านั่นแหละ) ผมออกตั๋วให้ได้ถึงแค่กาญจนบุรีนะครับ (มัน fix ที่น่ะ) แล้วก็ ผมต้องขอเก็บ 100 นึงนะครับ (เพราะมันเป็นขบวนพิเศษ) ถ้าไม่ขึ้นขบวนนี้ ก็รอบ่ายสามนะครับ ขบวนท้องถิ่นลงไปกาญจน์เหมือนกัน ถึงกาญจน์หกโมงเย็น (ตกรถทัวร์สิพี่น้อง) ตกลงว่า ร้อยก็ร้อยค่ะ กลับค่ะ แค่กาญจน์ก็ไม่เป็นไรค่ะ ได้ไปสะพานข้ามแม่น้ำแคว ได้ผ่านทางรถไฟสายมรณะ คุ้มพอละ
ตอนขึ้นมาถึงน้ำตก บ่ายสองโมงแล้ว รถไฟขบวนนี้จะออกบ่ายสองยี่สิบ เดินเร็วๆไปดูน้ำตก... มีนิดเดียวเอง.. (จริงๆ คงมีอีกมั้ง แต่ไม่ไปแล้ว เดี๋ยวตกรถ)
แถวนั้นก็มีหัวรถจักรโชว์ไว้ แล้วก็สุดทางรถไฟ ถัดไปก็น้ำตก
ขบวนท่องเที่ยว... เห็นแล้วผิดคาดนิดหน่อย ไม่คิดว่า เรียก "ขบวนท่องเที่ยว" แต่ดันมีแค่นี้ รถไฟพัดลมหน้าตาธรรมดา สองโบกี้ เป็นหัวรถจักรในตัว
ภายในรถไฟ
คนอยู่ญี่ปุ่นอาจจะรู้สึกว่าหน้าตามันคุ้นๆนะ ที่วางของด้านบนเป็นลวดถัก ราวจับเป็นห่วง มีแนวติดป้ายโฆษณาเหนือที่วางของ ต่างกันที่ มันเป็นรถพัดลม แล้วก็ ที่นั่งเป็นแบบหันหน้าชนกัน (เหมือนรถต่างจังหวัดในญี่ปุ่น ไม่เหมือนรถในเมือง ที่ทำเก้าอี้ยาว)
ไม่น่าแปลกใจ ที่หน้าตามันคุ้นๆ.. มันเป็นรถโตคิว... (ที่หาได้แถวบ้านเราในญี่ปุ่น) นั่นแหละ
แต่..มันเป็นรถปี 1983 ... อายุเท่าเราเป๊ะ.. ปัจจุบันไม่มีรถพัดลมหน้าตาแบบนี้วิ่งอีกแล้ว
สิ่งที่น่าคิด: ปัจจุบันรถไฟญี่ปุ่นใช้ไฟฟ้าวิ่ง ข้างบนจะมีเสาต่อขึ้นไปทาบกับสายไฟตลอดราง แต่รถคันนี้ไม่มี แปลว่า ปี 1983 รถญี่ปุ่นยังใช้น้ำมันเป็นพลังงานหลัก?
ก่อนรถออกนิดหน่อย ลุงนายตรวจเดินมาถามว่า จะตีรถไปถึงกรุงเทพฯเลยไหม เพราะญี่ปุ่นสี่คนที่เขาตีตั๋วมา เขาไม่กลับแล้วแน่ๆ จะได้ไปนั่งตรงนั้นแทน... ดีเลยค่าลุง ที่นั่งแคบๆ ที่นั่งสี่คน แต่เราได้นั่งสองคน สุดแสนจะสบาย สรุปว่า จ่ายค่าเดินทางกลับ 100 ถ้วน ถูกกว่าขามานิดหน่อย (95+40)
รถไฟออกตรงเวลาเป๊ะ รถโคลงมาก น้องๆสปีดโบ๊ตเลย รางรถไฟเป็นรางเดียวตลอดทาง ไม่แปลกใจที่มันมีรถวิ่งน้อย จุดรอหลีกมีน้อยมาก
ผ่านโค้งมรณะ
เลียบเขา มองเห็นแม่น้ำแควอยู่ข้างล่าง
ผ่านป้อมรายทาง .. ช่างคลาสสิกอะไรเช่นนี้... คาดว่า สมัยสร้างใหม่ๆ ก็หน้าตาแบบนี้แหละ
รางก็คลาสสิก ไม้หมอนทำด้วยไม้ สภาพโทรมๆ
ไม่แปลกใจเลย ที่รถจะวิ่งโคลงไปตลอดทาง ด้วยรางสภาพแบบนี้น่ะนะ
อ้อ.. denentoshi ที่ว่าโคลงแล้ว ยังนิ่มกว่าเยอะ (แบบเทียบกันไม่ได้)
นั่งไปซักพัก ผ่านทุ่งมันสำปะหลัง บ้านชาวบ้าน ไปตลอดทาง.. จนขี้เกียจดูวิว แล้วก็หลับ...
มารู้สึกตัวตื่นตอนเห็นพิพิธภัณฑ์สงคราม กำลังจะข้ามแม่น้ำแคว ตอนแรกนึกว่า ถึงตัวเมืองแล้ว..
แต่.. ไม่ใช่แฮะ แค่สะพานข้ามแม่น้ำแคว
เนื่องจากไอ้ขบวนท่องเที่ยวนี่ เขาแวะจอดเที่ยวไปแล้วตอนขามา ขากลับเขาเลยวิ่งผ่านเฉยๆ อดเห็นวิวเต็มๆของสะพาน (เพราะดันหลับอยู่ ตื่นตอนอยู่บนสะพาน) คนดูเพียบเลยทั้งบนฝั่ง ทั้งบนสะพาน คนถ่ายวิดีโอก็มี (เขาถ่ายรถไฟข้ามสะพานน่ะนะ)
แล้วก็หลับๆตื่นๆต่อมาอีกนิดหน่อย ก็ถึงตัวเมือง รถจอดตรงนี้เกือบชั่วโมง ให้ลงไปดูสุสานทหารพันธมิตร มีรถสองแถวบริการรับส่ง สิบบาทเท่านั้น (แต่เราก็เดิน..เพราะเห็นว่ามันใกล้นิดเดียว จะงกทำไมวะ..)
ไม่ได้อ่านซักป้าย มัวแต่นั่งเขียนโปสการ์ด
รีบกลับมาให้ทันเวลารถออก มาถึงก็ซื้อของกินแถวนั้นแบบรีบๆ แม่ค้าก็บอกให้ใจเย็นๆ มันยังต้องรอขบวน 259 อีก (เอ๊.. ไอ้ขบวนนั้นมันต้องถึงนานแล้วไม่ใช่เรอะ..) ก็งงๆ
เดินถ่ายรูปรถไฟเล่น เวลาเหลือ
ป้ายบน สถานีกาญจนบุรี
ป้ายล่าง สถานี Naruse :P
สรุปว่า ไอ้รถขบวน 259 นั่น.. สายเกือบชั่วโมง
ตลอดทางล่องลงมากรุงเทพฯ ก็เจอรถหวานเย็นขบวนอีก ที่รอขบวนเราอยู่ (มันเลทที มันรวนทั้งระบบแฮะ) มาถึงนครปฐม เห็นพระปฐมเจดีย์แว้บนึง รถหยุดไม่นานก็ออกต่อเลย จากตรงนี้ลงมาจนถึงกรุงเทพฯ รางเป็นรางคู่แล้ว ทางเรียบ ลื่นมาก รถไฟซิ่งลงมาเลย ท่าทางจะเหยียบถึงร้อย รถถึงบางซื่อตอนสองทุ่มกว่า ก็ลง กลับบ้าน.. ตอนกลับบ้านพึ่งเห็นว่าไอ้สองตู้ที่มาจากกาญจน์ด้วยกัน..ทำไมมันงอกเป็นห้าตู้วะ - -" ไปพ่วงตอนไหนเนี่ย
สรุปทริป
1. ทางรถไฟตัดได้ตรงมาก เสียตรงที่รางไม่ค่อยดี ทำความเร็วไม่ได้ ทำให้รถไฟไปได้ช้า นอกจากนี้ ก็มีปัญหาเรื่องการหลีกราง ทั้งๆที่เส้นทางอย่าง นครปฐม กาญจน์ ถ้าทำรางคู่ แล้วทำรางดีๆ รถจะวิ่งได้วันละหลายๆขบวนด้วยซ้ำ แต่ก็มีรถไฟเข้าออกกาญจน์แค่วันละสี่เที่ยว
2. การบริการไม่มีอะไรมาก เนื่องจากซื้อตั๋วบนรถ เลยเจอแต่นายตรวจ นายตรวจ (ชื่อคุณปรีชา) อัธยาศัยดีมาก น่าชมเชยเป็นอย่างยิ่ง ส่วนสภาพรถ เก่า และโทรม ไม่สะอาดมาก (แบบรถญี่ปุ่น) แต่ก็ไม่สกปรกขนาดรับไม่ได้ โดยรวมก็พอใช้ได้ แต่ผิดคาดนิดหน่อย ที่อุตส่าห์เรียกเป็นขบวนพิเศษสำหรับการท่องเที่ยว แต่ดันได้แค่นี้
3. มีของขายบนรถไฟ เป็นพวกน้ำดื่ม ตอนขากลับ เจอพวกแคบหมู ขนม อยู่บ้าง นึกว่าจะเจอพวกข้าวกล่องขายบนชานชาลา กะว่าต้องได้กินซักกล่องแล้ว เพราะตั้งแต่ขึ้นรถตอนเช้าไม่ได้นั่งกินข้าวเป็นชิ้นเป็นอันเลย กินขนมตลอดทาง แต่.. ไม่มี อาจจะเพราะเป็นรถเที่ยวพิเศษ จอดไม่นาน เลยไม่มีใครขาย หรือเพราะเขาห้ามขายแล้วก็ไม่รู้
Ref:
ขบวน 909, 910 http://www.railway.co.th/tour/t_saiyoknoi.asp
ขบวน 257 http://www.railway.co.th/Ticket/TrainStopStation_Time_All.asp?IdTrain=257
ขบวน 258 http://www.railway.co.th/Ticket/TrainStopStation_Time_All.asp?IdTrain=258
No comments:
Post a Comment